วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2551

งานเลี้ยง

งานโรงเรียนปี 2550 ของโรงเรียน ราชวินิตบางแก้ว งานก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรแต่ใช้งบประมาณเยอะเหลือเกิน ผอ. ชอบความเว่อร์ใช้พลุเยอะมาก(ค่าเทอมนักเรียนทั้งนั้น) แต่ก็สนุกดี(จริงเหรอ) ได้เจอเพื่อนๆ หลังเรียนจบ ความจริงวันนั้นตอนเช้ามีพิธีรับประกาศนียของบัตรนักเรียนม.6 ที่เพิ่งจบการศึกษา และตอนเย็นก็เป็นงานโรงเรียน ชื่อว่า ราตรีประดู่แดง เพื่อนๆก็มากันเกือบหมดห้อง และสิ่งที่ไม่มีวันลืมเลยในงานนี้ก็คือ เพื่อนๆที่นั่งโตะเดียวกันยังจ่ายเงินไม่ครบเลย (อยากจะบ้าตาย) สาเหตุมาจาก ฉันต้องจ่ายตังค่าโต๊ะแทนเพื่อนไปก่อน 3000 บาท แล้วค่อยไปตามเก็บที่หลังซึ่งมันไม่ง่ายเลยเพราะไม่มีใครจ่ายซักคน แตก็มีบ้างที่ค่อยๆทยอยจ่าย อันนี้ก็ยังดีที่ยังมีให้ แต่บางคนนี่กว่าจะจ่ายต้องทวงแล้วทวงอีก(อยากตายอีกรอบ)
ความจริงงานนี้จะเรียกว่าสนุกก็ไม่เชิง เพราะมันไม่สนุกอย่างที่คิดนะสิ ก็เพื่อนยังจ่ายตังไม่ครบเลย งานวันนั้นเลยต้องนั่งกินไปด้วยแลวก็คอยทวงตังเพื่อนไปด้วย ตลกดีจริงๆ แต่หลังจากวันนั้นเพื่อนก็เอาตังมาให้จนหมดแหละ ก็ค่อยโล่งใจหน่อย ไม่งั้นโดนด่าเยินกว่านี้อีก
มาพูดถึงเรื่องในวันงานบ้างดีกว่า ในวันงานก็ไม่มีอะไรมากหรอก เริ่มจากทางเข้างานนอกจากจะวุ่นวายแล้วยังยุ่งเหยิงอีก ไม่เป็นระบบระเบียบเอาซะเลย พอเข้าไปถึงก็ต้องเดินหาโต๊ะนั่งเอาเองเพราะไม่มีคนคอยบอก(ไม่เหมือนงานโรงเรียนของอัสสัมชัญฯมีคนคอยบอกเลขโต๊ะด้วย ดูไฮโซดี) หลังจากนนั้นก็เป็นพืธีเปิดงานอันอลังการ(จริงๆ) ผอ.ก็จะขึ้นไปพูดอไรเล็กน้อยบนเวทีและก็จะจุดพลุเปิดป้าย และก็จุดพลุขึ้นฟ้าอีก 30 กว่าลูก งบประมาณก็ไม่ใช่น้อยๆเลย เพราะทั้งหมดเสียไปกับพลุ แถมนักเรียนยังพูดกันอีกว่านั่นนะเงินค่าเทอมทั้งนั้นและหมดลงภายในพริบตา เหอๆ พอจุพลุเสร็จก็มีการแสดงต่างๆของนักเรียนตั้งแต่ชั้น ม1-ม6 ก็กว่าจะจบก้อดึกมากมาย แถมอาหารก้อไม่ได้อร่อยเลย แต่ก้อพอกินได้ ความจริงนักเรียนที่มางานส่วนใหญ่ก้อไม่ค่อยจะสนการแสดงบนเวทีเท่าไหร่หรอก เพราะมัวแตถ่ายรูปกับเพื่อนๆมากกว่า ฉันก้อเป็นหนึ่งในนั้น ถ่ายรูปกันใหญ่ไม่สนใจบนเวทีเลย พอเริ่มดึกพื่อนก้อทยอยกันกลับบ้านเพราะงานไม่มีอะไรเลยก้อเลยกลับกันเร็วแต่ก่อนกลับก้อมีถ่ายรูปรวมห้องไว้ด้วย เพราะนั่นก้อเป็นวันสุดท้ายแล้วที่ได้เจอเพื่อน
ตอนก่อนกลับบ้านฉันก้อยังทวงเงินเพื่อนอยู่เลย(ก้อมันไม่ยอมจ่ายกัน กรูละเซ็ง) ก้อนะพอกลับถึงบ้ายก้อคอยโทรทวงเพื่อนตลอดแหละ และอยากบอกเอาไว้ว่า เรื่องเงินเนี่ยไม่เข้าใครออกใครจริงๆ เพราะกว่าจะทวงได้แต่ละคนนี่เล่นเอาเหงื่อตกกันเลยทีเดียว และต่อไปก้อไม่คิดจะให้ใครยืมมากขนาดนั้นแล้วหละ มันไม่ไหวจริงๆ หรือไม่ก้อถ้าจะให้ใครยืมก้อต้องเป็นเพื่อนที่สนิดและไว้ใจมากๆด้วย ไม่งั้นนะอย่าหวังเลยว่าจะไดเงินคืนในเร็ววัน ฮิฮิ(ทวงกันไปชาติหนึ่งเลยทีเดียว)